More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  YASASHIIProfileFriendsBlogMore Tools Explore the Spaces community

YASASHII

พอดี พอใจ พอเพียง
April 06

ความเงียบ

ช่วงนี้ไม่ได้ไปไหน เพราะรู้สึกอยากอยู่บ้านเฉย ๆ มากกว่า
ทำโน่นนี่อย่างที่อยากจะทำแต่ไม่ค่อยได้ทำในช่วงเปิดเทอม ก็สบายใจดี
 
เมื่อวันที่จันทร์ที่ 31มี.ค.ไปงานสัปดาห์หนังสือมา มีหนังสือที่อยากซื้อมาอ่านหลายเล่มแต่ขาดวิตามินเอ็มจึงต้องหักห้ามใจ
สุดท้ายได้อะเดย์เก่าปกซิตคอมมาหนึ่งเล่มแล้วก็ได้โปสการ์ดมาจากอีกร้านหนึ่ง
 
พูดถึงอะเดย์เล่มที่ซื้อมานี้มีบทสัมภาษณ์คุณฟ้า พูลวรลักษณ์
และในช่วงท้ายของบทสัมภาษณ์ ได้พูดถึงเรื่องความเงียบในทัศนะของเขาไว้ จึงขออนุญาตยกมาอ้างถึงในสเปซเล็ก ๆ นี้นะคะ
 
ทำไมคุณถึงไม่ฟังเพลง
ไม่มีอะไรหรอกครับ เป็นเพียงคาแรกเตอร์คน เราทำทุกอย่างไม่ได้อยู่แล้ว
บางคนอาจจะชอบวาดรูป บางคนอาจจะไม่ชอบวาดรูปเท่านั้นเอง ผมมีความรู้สึกอยู่อย่างหนึ่งว่า
เพลงสำหรับผมไม่ค่อยสำคัญ แต่บังเอิญโลกทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ฟังเพลง ความปกติอันนี้พอไปเทียบกับคนอื่น มันเลยดูแปลก
จริง ๆ ก็มีหลักง่าย ๆ เพียงว่า ผมเป็นคนชอบความเงียบ เมื่อเอาเพลงมาเทียบกับความเงียบปุ๊บ ผมก็จะเลือกความเงียบก่อน
 
คุณหลงใหลในความเงียบเพราะอะไร
ผมรู้สึกว่าความเงียบมันเป็นเสียงที่เพอร์เฟกต์นะ มันมีอะไรเยอะในนั้น
ผมคิดว่าคนเราเวลาฟังเพลงเพราะต้องการอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์สุนทรี ความหวานชื่น หรือความอะไรก็แล้วแต่
ซึ่งผมรู้สึกว่า สิ่งเหล่านี้ความเงียบมันก็มี เพราะฉะนั้น ผมเลยไม่ต้องการเพลง
 
ความเงียบในที่นี้คือความเงียบคือความเงียบที่มากกว่าเสียง?
ความเงียบนี้มันรวมไปถึงเสียงปกติ เช่น เสียงนก เสียงน้ำด้วย
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราจะได้ยินก็ต่อเมื่อเราต้องเงียบ จริงไหมครับ
ในขณะที่คนเราทุกวันนี้ปฏิเสธความเงียบ แม้กระทั่งคุณไปในป่า คุณยังเอาซาวนด์อะเบาต์ไปฟัง
คุณนอนตากแดดอยู่ริมทะเล คุณก็ยังฟังเพลง เราปฏิเสธความเงียบแล้ว แต่น้อยกว่าไม่ได้แปลว่าต้องผิด
 
คุณคิดว่า บทสนทนานี้เป็นความเงียบอย่างหนึ่งไหม
ผมว่าได้นะ ถ้าเราคุยกันแบบเข้าไปสู่จิตใจกัน อันนี้สำคัญ
คือจริง ๆ มนุษย์เราสื่อสัมพันธ์กันด้วยใจต่อใจ เสียงพูด ภาษา มันเป็นสื่อช่วย
ถ้าเมื่อไหร่ที่เราคุยกันโดยเอาใจสู่ใจ ผมว่าเรากำลังใช้ความเงียบ
 
(ที่มา---คอลัมน์ a day with a view นิตยสาร a day ฉบับที่86)
 
January 31

ให้เวลากับความรัก

เป็นยังไงกันบ้างทุกคน
ช่วงนี้งานคงยุ่งกันล่ะสิ ยิ่งใกล้สอบแล้วด้วย
สู้ ๆ นะ รักษาสุขภาพด้วยจ้า
 
เราเห็นว่านี่ก็ใกล้วันวาเลนไทน์อีกครั้งหนึ่งแล้วRed heart
ก็เลยเอาเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับความรักและการทำงานมาฝากกัน
ความรักในที่นี้ไม่ใช่เฉพาะกับคนรักแต่ยังรวมถึง เพื่อน ครอบครัวและที่สำคัญคือ ตัวของเราเอง
หวังว่าข้อเขียนที่นำมาลงนี้คงจะให้ข้อคิดดี ๆ นำไปปรับใช้ได้บ้างไม่มากก็น้อยOpen-mouthed
 
Rainbow รุ้งทอสาย Rainbow
 
The work will wait
While you look at a rainbow,
But the rainbow won't wait
While you do the work.
-Author unknown-
 
นักจิตวิทยา ซิกมันด์ ฟรอยด์ เคยกล่าวไว้ว่า
"ชีวิต" คือ "งาน" และ "ความรัก"
นั่นคงเป็นเพราะว่าสองอย่างนี้
ดึงดูดหล่อหลอมชีวิตจิตใจของเราได้มากที่สุด
ทำให้เราอยู่กับมันได้นานที่สุด
 
บางครั้งเราอาจจะเบื่อหน่ายมันได้บ้างเหมือนกัน
แต่เรายังกลับมาหามันได้อีกเสมอ ๆ
ตราบชั่วชีวิตของเรา
 
การงานทั้งหลายมิได้เป็นเพียงแค่การหาเลี้ยงปากท้องไปวัน ๆ เท่านั้น
หากเมื่อใดมันทำให้เรารู้สึกว่า
งานคือการหาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ
นั่นหมายถึงว่า เราอาจต้องออกเดินทางครั้งใหญ่
เพื่อไปค้นหาการงานอันเบิกบานแท้จริงแห่งชีวิตเราให้พบเสียที
 
อาจมีบ้างบางครั้งกับการงานที่ใฝ่ฝัน
การงานอันสุดแสนรัก
กลับกลายมาเป็นความชิงชังน่าเบื่อหน่าย
นั่นเป็นสัญญาณว่า
เราอาจจะก้มหน้าจดจ่อกับมันมากไป
จนไม่มีเวลาเงยหน้าขึ้นมองฟ้า
ไม่เคยรู้เลยว่าข้างนอกหน้าต่างนั้น
รุ้งสวยกำลังทอสาย
 
หากแกล้งเฉไฉหลบมาเฝ้าดูรุ้งบ้าง
การงานยุ่งเหยิงทั้งหลายยังคงรอเราได้
แต่สายรุ้งสวยไม่เคยทอสายรอใคร
ที่กำลังทำงานยุ่ง
 
(ที่มา--พระจันทร์พันดวง โดย 'ปราย พันแสง)
December 27

AMELIE IN MY MIND

Photobucket

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยเรื่องเกี่ยวกับหนังในดวงใจของฉัน
ในบรรดาหนังจากฝั่งตะวันตกที่ฉันเคยดูมา หนังฝรั่งเศสเรื่องAMELIE เป็นหนังที่ฉันรักมากที่สุด ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucketฉันเชื่อว่าถ้าใครได้ดูจะอดหลงรักสาวน้อยนามว่าAMELIE ไม่ได้

ทุกองค์ประกอบของหนังเรื่องนี้ ถือว่าลงตัว สมบูรณ์มากสำหรับฉัน
ฉันสังเกตว่าโทนสีหลักของเรื่องนี้ คือ เขียวกับแดง อารมณ์แบบคริสต์มาส
นำเสนอเรื่องแบบจินตนาการผสมจริง ดูเว่อร์นิด ๆ
เพลงประกอบเพราะดีนะ ลักษณะเป็นดนตรีพื้นเมือง
โลเกชั่นที่ใช้ถ่ายทำฉากต่าง ๆ ดูน่ารัก อบอุ่นดี และยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคนที่เคยดู
 
ชมหนังเรื่องนี้มาพอสมควรละ ลองไปดูเรื่องย่อสักหน่อยละกันว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงบ้างและยังมีรายละเอียดคร่าว ๆ เกี่ยวกับหนังด้วย
เผื่อคนที่ไม่เคยดูอาจจะอยากลองหามาดูสักครั้งก็ได้ ขอบอกว่าเอ็นทรีหน้าเป็นภาคต่อ ถ้าสนใจโปรดติดตาม ทั้งหมดนี้ทำสนองกิเลสของข้าพเจ้าเอง
 
PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket

เรื่องราวของสาวน้อย อมีลี่ (Audrey Tautou)จากย่านมองมาร์ตแห่งนครปารีส แม้จะมีชีวิตอยู่อย่างว้าเหว่แต่เธอก็หาความสุขได้จากเรื่องเล็กๆน้อยๆ ช่น การอบขนมเค้ก การเอามือจุ่มลงไปในกระสอบเมล็ดพืช และคอยคำนวณว่า ในช่วงเวลาหนึ่งๆ มีคนถึงจุดสุดยอดจำนวนกี่คู่ อมิลี่ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ ไปกับการดูแลแมวของฟิโลเมนี่ เพื่อนบ้านซึ่งเป็นแอร์โฮสเตส ในขณะที่เธอต้องบินไปประเทศต่างๆ รวมถึงการมีกล้องส่องทางไกลเล็กๆ คอยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนบ้านอย่าง ดูฟาเยล (Serge Merlin)ชายชราที่ขังตัวเองอยู่ในห้อง สาเหตุจากอาการป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะ

PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket

อมีลี่ทำงานที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งชื่อ "ร้านกังหันคู่" มีเจ้านายชื่อ ซูซาน่า (Claire Maurier)ซึ่งเป็นผู้ที่ชอบฝันถึงชีวิตในอดีต ที่เคยอยู่กับคณะละครสัตว์ มีเพื่อนร่วมงานอย่าง จีน่า(Clotilde Mollet) ซึ่งปฏิเสธการขอคืนดีของโจเซฟ(Dominique Pinon)อดีตคนรักหนุ่มขี้หึง ว่ากันตามจริง ชีวิตของอมีลี่นั้น ก็มีความสุขตามอัตภาพ แต่ทว่าโลกของเธอช่างแคบนัก...

PhotobucketPhotobucket<PhotobucketPhotobucket

ในวันที่เลดี้ไดอาน่าประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อมีลี่ก็บังเอิญพบกล่องเก็บสมบัติในวัยเด็กกล่องหนึ่ง ในอพาร์ทเมนต์ของเธอ เธอลูบคลำมันด้วยความตื่นเต้น และตั้งใจว่าจะต้องหาเจ้าของเดิมให้พบ การผจญภัยเล็ก ๆของผู้หญิงคนหนึ่งจึงเริ่มขึ้น แผนการค้นหา ทำให้เธอได้รู้จักกับคนเฝ้าอพาร์ทเมนต์ของเธอ ซึ่งเป็นผู้ที่ใฝ่ฝันอยากได้จดหมายจากสามี ซึ่งเคยทำผิดต่อเธอ รวมทั้งได้รู้จักกับ คอลลิงยอน (Urbain Cancelier)ชายเจ้าของร้านขายของชำปากร้าย เขามักปฏิบัติกับลูเซียง (Jamel Debbouze)ลูกจ้างของเขาอย่างไร้หัวจิตหัวใจ

PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket

อมีลี่ ส่งกล่องเก็บสมบัติในวัยเด็ก คืนให้กับเจ้าของเดิมชื่อ บริโทโด (Maurice Benichou)ซึ่งบัดนี้ได้แก่ชราเป็นชายสูงอายุ โดยไม่ให้เขารู้ว่าเป็นฝีมือของเธอ กล่องสมบัติเก่า นำพาความทรงจำของวันคืน ที่แสนจะมีความสุขมาสู่บริโทโด ส่งผลให้เขาได้มีโอกาสไถ่บาป จากชีวิตที่กำลังจะแตกสลาย ความสำเร็จจากการทำความดี โดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้อมิลี่เริ่มมองหาทางช่วยแก้ไขชีวิตของคนอื่นๆ เพิ่มขึ้น เธอได้ช่วยให้โจเซฟ พบรักกับ จอเก้ (Isabelle Nanty)สาวคนขายบุหรี่ ช่วยให้จีน่าเพื่อนของเธอ เป็นอิสระจากความขี้หึงของอดีตแฟนหนุ่ม รวมไปถึงความพยายามที่จะปลดปล่อยพ่อของเธอ ออกจากอารมณ์ซึมเศร้า ชวนเขาออกไปท่องเที่ยวรอบโลก ด้วยวิธีการสุดพิสดาร พร้อมทั้งแอบเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ของคอลลิงยอง และให้บทเรียนเล็กๆ แก่เขา เพื่อที่เขาจะได้ปรับปรุงนิสัยร้ายๆ ให้ทุเลาเบาบางลง

PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket

 ระหว่างที่อมิลี่กำลังสนุกสนาน กับการช่วยเหลือผู้คนรอบข้าง โดยที่พวกเขาไม่ทันรู้ตัว เธอเองก็ได้พบชายในฝัน ที่เหมือนสวรรค์ส่งมาให้เป็นเนื้อคู่ นีโน่ (Mathieu Kassovitz)คิวคอมพัวหนุ่มหล่อ ที่ชอบสะสมภาพผู้คน ซึ่งถูกทิ้งไว้ตามตู้ถ่ายรูปสาธารณะในสถานีรถไฟ ปัญหาก็คือ อมิลี่ไม่กล้าพอที่จะสารภาพความรู้สึกแท้จริงภายในของเธอ ออกมาต่อหน้าเขา ดังนั้นเธอจึงต้องอาศัยวิธีทิ้งร่องรอยปริศนา เพื่อบีบให้ชายหนุ่ม หันมาเล่นบทนักสืบกับเธอ...

PhotobucketPhotobucketPhotobucket
 
 อารมณ์ขัน คือเสน่ห์อันน่าทึ่ง ของภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่อง Amelie หรือจากชื่อเต็มว่า Amelie from Montmartre เสริมส่งด้วยพลังดาราของ ออเดรย์ โตตู ที่ส่องประกายเจิดจรัส ในทุกเฟรมภาพที่เธอปรากฏตัว รอยยิ้มอันดึงดูดใจ และดวงตากลมโตสีน้ำตาล บวกเข้ากับความสง่างาม ที่แฝงความน่าเอ็นดู ในแบบเดียวกับ ออเดรย์ เฮพเบิร์น ทำให้อมิลี่กลายเป็นตัวละคร ที่ผู้ชมตกหลุมรักได้อย่างเต็มหัวใจ

ผู้กำกับ ฌอง-ปิแอร์ เฌอเน่ต์ (Alien:Resurrection, The City of Lost Children)กล่าวว่า "มันเป็นเรื่องยาก ที่จะบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมรวบรวมไว้ มันเพียงพอสำหรับการทำหนังได้ สี่หรือห้าเรื่องที่ไม่ซ้ำ และมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่จะทำมันออกมาให้เป็นหนังเรื่องเดียว ระหว่างที่ผมกำลังครุ่นคิดเรื่องไอเดียต่างๆ เหล่านี้ มันก็เกิดปิ๊งขึ้นมาทันที ความลงตัวที่ผมต้องการก็คือ ผู้หญิงคนหนึ่ง ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนอื่นๆ มันเป็นจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมเริ่มเขียนบท ผมจำได้ว่า มันเป็นวันแรกของการแข่งขัน World Cup"

เฌอเน่ต์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ผมไม่เคยสร้างหนังที่มองโลกในแง่ดีอย่างจริงๆ จังๆ และนี่ก็อีกเป็นเหตุผล ที่ทำให้ผมสนใจทำ Amelie ในมุมมองของผมวันนี้ หนังที่เป็นมากกว่าการสร้างสรรค์ มันเป็นสิ่งท้าทายที่จะสร้างหนังซักเรื่อง แล้วสามารถสื่อสารกับหัวใจของผู้ชม ผมอยากสร้างหนังที่ดูแล้วสบายใจ เบิกบานใจ หนังที่ทำให้คนฝันหวาน และทำให้คนมีความสุข

Amelie นำแสดงโดย Audrey Tautou, Mathieu Kassovitz (Birthday Girl, Jakob the Liar)

บทภาพยนตร์เขียนโดย ฌอง-ปิแอร์ เฌอเน่ต์ ร่วมกับ Guillaume Laurant

ภาพยนตร์เรื่อง Amelie ได้รับการเสนอชื่อ เข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2001 จำนวน 5 สาขา ได้แก่ บทภาพยนตร์ดั้งเดิม, กำกับศิลป์, ถ่ายภาพ, บันทึกเสียง และภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม รวมทั้ง ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA จำนวน 8 สาขา และคว้ามาได้ 2 รางวัลคือ บทภาพยนตร์ และออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, รางวัล Cesar Award ของฝรั่งเศสจำนวน 4 สาขา จากที่เข้าชิงถึง 12 สาขา นอกจากนี้ ยังได้รับการเสนอชื่อ และได้รับรางวัลระดับนานาชาติอีกมากมาย

/ขอขอบคุณข้อมูลจาก  www.pantip.com/.../newmovie/amelie/amelie.html /

 
 
 
 
October 30

***ALL ABOUT FAMILY***

เปิดเทอมอีกแล้วครับพี่น้อง เวลาปิดเทอมจะว่าไปก็ไม่ยาวหรือสั้นนัก แต่ใจจริงก็แอบอยากปิดเทอมต่ออ่ะนะ
ยังไงสิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นย่อมดีเสมอเนาะ เชื่อว่าต้องมีสิ่งดี ๆ ให้เราได้เรียนรู้ ประสบพบเจอบ้างไม่มากก็น้อย
หรือถ้าจะมีเรื่องธรรมดา เรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น ก็จะขอยอมรับว่ามันเป็นธรรมดาที่ต้องเป็นไป
 
หลังจากสาธยายมาพอสมควรก็ขอพูดถึงเรื่องที่ยกมาอ้างอิงถึงในเอนทรีนี้
ที่มาที่ไปก็เกิดขึ้นจากไปเจอฟอร์เวิร์ดเมล์สองฉบับที่ดูเหมือนจะต่างกันที่รูปแบบการนำเสนอ
แต่ความเหมือนก็คือ แก่นที่พูดถึงชีวิตครอบครัวสองแง่มุม ส่วนจะเป็นแง่ไหนมุมไหน สองแง่สองง่ามรึเปล่า
ขอบอกว่า อยากให้ลองดูกัน บางคนอาจจะเคยผ่านตามาบ้างแล้วก็ข้าม ๆ มันไปก็ได้จ้า
แบบแรกเป็นเรื่องราวที่เขียนได้ยียวนกวนบาทาเหลือประมาณ อ่านไปขำไปแต่ไหงตอนท้ายทำเอาซึ้งได้
แบบหลังเป็นภาพถ่ายครอบครัวที่ไม่ใช่ภาพครอบครัวอย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ คุ้นเคยกัน
 
ขอส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้อบอุ่น แข็งแรง รักกันมาก ๆ นะจ้ะทุกคน
รักกันดีกว่าเกลียดกัน แถมทำให้โลกที่ร้อนขึ้นเพราะภาวะเรือนกระจกน่าอยู่ขึ้นอีกแยะเลยหัวใจสีแดง
 
กุหลาบแดง+ นังเมียโง่ (เรื่องจริงจากชีวิตลูกผู้ชายตัวจริง) +กุหลาบแดง
 
นังเมียโง่ ตอนจีบกันทีแรกก็จำได้ว่ามันฉลาดมากนี่นา เรียนก็สูง หน้าที่การงานก็ดี ทำไมอยู่กันไปอยู่กันมา
กลับเป็นว่าโง่ลงได้ถึงขนาดนี้ นังเมียเรานี่ยังโชคดีที่มีผัวฉลาด ๆ แบบเราอยู่ข้าง ๆ นะเนี่ยไม่ใช่คุย
 
ตอนเด็ก ๆ สมัยประถม ผมจะได้รับคำชมจากคุณครูประจำชั้นอยู่เสมอ ๆ จะได้รับรางวัลประจำในวิชาคัดไทย เขียนไทย
ผมยังมีความภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ แม้เวลามันจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม ผมก็ยังคงเป็นคนเก่งอยู่
อันนี้ผมรู้จากนังเมียผม เพราะผมสังเกตเห็นนังเมียมันจะตบมือดัง ๆ แล้วก็เอ่ยปากชมไม่ขาดปากว่าเก่งอย่างโน้น
เก่งอย่างนี้ เวลาผมซักผ้า ถูบ้าน หุงข้าว ล้างชามได้อย่างยอดเยี่ยมและเสร็จทันในเวลาที่นังเมียผมมันกำหนดไว้
แถมบางครั้งยังมีเวลาเหลือพอที่จะไปล้างส้วมได้เสร็จทันเวลาอีกด้วย
 
ทีแรกผมก็คิดได้เองอยู่แล้วว่าผมเก่งและฉลาดมาก ความจริงนังเมียมันไม่บอกผมก็รู้อยู่แล้ว
ผิดกับนังเมียผมที่นับวันจะโง่ลง ขนาดแอร์ ทีวีที่สมัยนี้เปิดปิดง่าย ๆ มันยังทำไม่เป็น
รีโมตตั้งอยู่ข้างหน้า นังเมียมันยังใช้ไม่เป็น มือซ้ายถือมันฝรั่ง มือขวาแก้วน้ำหวาน
ปากก็บอกว่านี่เปิดทีวีให้ดูหน่อยซิ แอร์ด้วยนะซัก 23 องศา
แน่ะ รีโมตก็อยู่ข้างหน้า ใช้ไม่เป็น มันโง่จริง ๆ ผมเคยสอนให้ใช้หลายครั้งก็ยังทำไม่เป็น
จนผมรู้ว่ามันสมองแต่ละคนไม่เท่ากัน จะให้มาเป็นเลิศแบบผมทุกคนคงเป็นไปไม่ได้
 
เอ่อ แต่นังเมียผมมันก็ยังพอมีความฉลาดอยู่บ้างนะ
อย่างเช่นว่า วันเงินเดือนผมออก นังเมียมันรู้หมดแน่ะ แถมยังจำแม่น
บางเดือนเลื่อนออกเงินเดือนไปวันไหน มันรู้หมดแน่ะ ผมยังแปลกใจ โง่ ๆ แบบนี้รู้ได้ไง
แต่ยังไงนังเมียก็ไม่ฉลาดกว่าผมหรอก มานั่งคอยจำคอยเตือนเงินเดือนทุกเดือนเสียเวลา
ผมเลยเอาเลขที่บัญชีของเมียให้บริษัทโอนเงินเข้าไปเลย
นังเมียยังชมผมไม่ขาดปากมาถึงทุกวันนี้ "ฉลาดมาก ฉลาดมาก"
โธ่ เอ็งไม่ต้องบอก ข้าก็รู้
 
วันก่อนผมก็มีวีรกรรมได้แกล้งนังเมียโง่ของผม สะใจจริง ๆ เรื่องมันมีอยู่ว่า
อาทิตย์ที่แล้วพาเมียโง่ไปซื้อกับข้าวมื้อค่ำ ได้ปลาดุกย่าง สะเดาน้ำปลาหวาน
(ของโปรดผมคือ หนังปลาดุก) เผลอแป๊บเดียว (ผมอาบน้ำอยู่)
นังเมียโง่ของผมแอบลอกหนังปลาดุกกินเสียเกลี้ยง ดูสิดูมันทำ
ด้วยความฉลาดของผม เก็บความแค้นอยู่ในใจ วันต่อมาถึงวันล้างแค้น
นังเมียโง่ของผมไปจ่ายตลาด มันอยากกินมันเทศต้ม ซื้อมา 2 กิโลฯ
ถึงบ้าน พอมันเผลอ ผมลงมือแก้แค้นทันที โดยไม่ให้นังเมียโง่ของผมตั้งตัว
ผมจัดการลอกเปลือกมันต้มกินจนเกลี้ยง เหลือแต่เนื้อให้มัน
เพื่อน ๆ ครับ มันมาเจอถึงกับตะลึงทำท่าน้ำตาคลอ
คงเจ็บใจผมจนพูดไม่ออกเลย 55 ให้มันรู้ซะบ้างนังเมียโง่
 
 
เด็กหญิง/ พ่อ แม่ ลูก /เด็กชาย
 
 
Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
September 29

ตามใจฉัน

ห่างหายจากสเปซของตัวเองไปนานพอสมควร เพิ่งจะสอบเสร็จ ได้ปิดเทอมซะที
เอนทรีนี้ขอพูดถึงเรื่องจิปาถะตามแต่จะนึกอะไรออก ไม่มีธีมอะไรเป็นพิเศษ พูดง่าย ๆ ก็ฟรีสไตล์ละกัน
เริ่มด้วยเรื่องของหนัง เนื่องจากว่าฉันไม่ค่อยได้ดูหนังในโรง ถ้าจะนับก็นับครั้งได้ล่ะนะ เรื่องล่าสุดก็เรื่องสายลับจากบ้านเล็ก ค่ายจีทีเอช
จุดประสงค์หลักคือจะดูพระเอกนั่นแหละ การดูหนังครั้งนี้ทิ้งห่างจากครั้งก่อนปีกว่า ครั้งก่อนดูเรื่องเพื่อนสนิท ของค่ายจีทีเอชแล้วก็พระเอก
กับผู้กำกับคนเดียวกัน (พระเอก-ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ผู้กำกับ เอส-คมกฤษ ตรีวิมล) ทั้งสองเรื่องก็เป็นแนวโรแมนติก-คอมมาดี้
 
Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket
 
สำหรับตัวฉันเอง ชอบและประทับใจหลายฉาก หลายตอน หลายคำพูดในเรื่องเพื่อนสนิทแล้วมันก็เลยส่งผลให้ฉันมาติดตามดูเรื่องสายลับฯ
เป็นลำดับต่อมา ในเพื่อนสนิทฉันว่ามันค่อนข้างลงตัวทั้งซึ้ง ฮา ขำ แบบพอเหมาะพอดี ฉากที่รู้สึกเศร้าและซึ้งสุดสำหรับฉันคงเป็นฉากที่
ไข่ย้อยร้องเพลง"โปรดเถิดดวงใจ" ในงานรื่นเริงให้ดากานดาฟัง ทั้งที่เขาเองปกติเป็นคนค่อนข้างขี้อาย และร้องเพลงไม่เก่ง
ถึงเรื่องนี้จะมีนางเอกสองคนแต่ที่ฉันชอบคงเป็นช่วงเวลาที่ไข่ย้อยกับดากานดาได้มีช่วงเวลาในชีวิตร่วมกันตอนเรียนวิจิตรศิลป์ มช. 5ปีเต็ม
 

Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

 
Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket
 
จากเพื่อนสนิทก็มาพูดถึงสายลับฯ บ้างดีกว่า โดยรวมแล้วดูเอาขำ เอาฮามากกว่าอย่างอื่นเลย คลายเครียดดี มีซึ้ง ๆ บ้าง
ไม่ควรไปตั้งความหวังสูงนักเวลาดูเรื่องนี้ ฉันคิดว่าสายลับฯก็มีส่วนดีของตัวเอง ไม่อาจจะมาเปรียบเทียบกับเพื่อนสนิทได้
(ตอนแรก ๆ ฉันก็อดจะเอามาเปรียบเทียบไม่ได้เหมือนกัน) ฉันเชื่อว่านักแสดง ผู้กำกับ คนเขียนบทตลอดจนทีมงานทุกคนก็คงมีความตั้งใจ
ที่จะให้หนังออกมาดีแน่นอน เจตนาให้คนดูดูแล้วมีความสุข มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วล่ะ
 
Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket
 
Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket
 
     จากหนังมาว่ากันถึงเพลงบ้าง เพลงที่ว่านี้เป็นเพลงไทยลูกกรุง ชื่อว่า"อาลัยรัก" หลายคนอาจคุ้นเคยกันดี
ในหนังเรื่องไอ้ฟักก็ได้นำเพลงนี้มาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย
     เพลง"อาลัยรัก" ฉบับดั้งเดิมขับร้องโดย คุณชรินทร์ นันทนาครและเป็นเพลงที่เขาได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำด้วย
สำหรับเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้เป็นเพลงประกอบเรื่องไอ้ฟัก ขับร้องโดย มาช่า วัฒนพานิช
     แต่ไม่ว่าใครจะร้องก็ตาม คุณค่าและความไพเราะของเนื้อเพลงและท่วงทำนองต่าง ๆ ก็ยังคงทำให้แทบทุกคนที่ได้ฟังรู้สึกซาบซึ้งในบทเพลง
นี้ได้เสมอ เป็นอีกหนึ่งเพลงอมตะก็ว่าได้ เนื้อหาในเพลงแสดงถึงความเหนื่อยอ่อนล้า ผิดหวัง เศร้าเสียใจอย่างที่สุดแต่ก็ไม่ได้โกรธคนที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้
สิ่งที่ยังมีในใจเสมอก็คือ ความรักจากใจของคนคนหนึ่ง (ยิ่งเขียนยิ่งน้ำเน่าเหอะ)    
ฉันชอบเพลงนี้มาก  วันนี้ก็หาเนื้อเพลงเพลงนี้มาให้ลองดูกันเป็นเนื้อพร้อมคอร์ดกีต้าร์อันนี้เป็นเวอร์ชั่นของมาช่าจ้า อยากให้ทุกคนได้ลองฟังดู
 

อาลัยรัก

 
Intro  :   E  A  A  E  D  B7

E         A        E                  F#m

ฉัน. .รักเธอ  รักเธอ  ด้วยความไหวหวั่น

B        E  C#m       F#m     Am

ว่า. .สักวัน  ฉันคง. .ถูกทอดทิ้ง

        C#m               B             E       Emaj7

มินานเท่าไหร่. .แล้วเธอก็ไป  จากฉันจริงๆ

B            E         F#7             B7

เธอ. .ทอดทิ้ง  ให้อาลัย. .อยู่กับความรัก


       E      A      E                 F#m

**   แม้. .มีปีก โผบิน ได้เหมือนนก

B         E  C#m            F#m   B7

อก. .จะต้อง  ธนู. .เจ็บปวดนัก

         E        E7          A       F#m

ฉันจะบิน  มาตาย. .ตรงหน้าตัก

     B   E           A        B E        A

ให้ยอดรัก. .เช็ดเลือด และน้ำตา

Solo  :    E  A  E  E  F#m  B  E  C#m  F#m  Am
             C#m  B  E  Emaj7
             B  E  F#7  B7
(  ซ้ำ  **  )

Ending  ;    E  A   ( 3 times )   E
 
 
View more entries